เรื่องที่ 1 จากทั้งหมด 1   : : : : :   

เลขที่หนังสือ : กค 0706/8872
วันที่ : 17 กันยายน 2546
เรื่อง : ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการขายตั๋วโดยสารระหว่างประเทศแบบแพ็คเก็จ
ข้อกฎหมาย : มาตรา 66 วรรคสอง, มาตรา 67(1), มาตรา 65, มาตรา 71(1), คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.53/2537ฯ
ข้อหารือ :      บริษัท ค. ได้หารือข้อกฎหมาย กรณีการขายตั๋วโดยสารระหว่างประเทศแบบแพ็คเก็จ โดย
ปรากฏข้อเท็จจริงดังนี้
     1. บริษัทฯ เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในฮ่องกง ประกอบกิจการรับขนส่งระหว่างประเทศ
ทางอากาศ (สายการบิน) บริษัทฯ ได้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2499
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2534 ประกอบกิจการให้บริการตรวจเช็คซ่อมเครื่องบิน
ตรวจเอ็กซ์เรย์กระเป๋าก่อนขึ้นเครื่องบิน และบริการภาคพื้นดินสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยได้
ยื่นแบบ ภ.พ.09 ขอเพิ่มประเภทกิจการรับขนส่งคนโดยสารและสินค้าระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 6
มกราคม 2542
     2. ในการให้บริการรับขนส่งคนโดยสารระหว่างประเทศ บริษัทฯ ได้แบ่งการขายตั๋วโดยสาร
ออกเป็น 5 ลักษณะ ดังนี้
          (1) การขายตั๋วโดยสารให้แก่ลูกค้าที่มาซื้อตั๋วโดยสารโดยตรง และออกใบกำกับภาษี
ขายในอัตราร้อยละ 0 พร้อมใบเสร็จรับเงินให้แก่ลูกค้า
          (2) การขายตั๋วโดยสารผ่าน General Sales Agents (GSA) ตัวแทนขายตั๋ว
โดยสารที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทฯ
          (3) การขายตั๋วโดยสารผ่าน Bill Settlement Plan (BSP-Agent) ตัวแทนขาย
ตั๋วโดยสารให้กับสายการบินต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกของสมาคมขนส่งทางอากาศยานระหว่างประเทศ ซึ่ง
บริษัทฯ มีตัวแทน (Agent) ประมาณ 300 ราย
          (4) การขายตั๋วโดยสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยบริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์และ
ขายตั๋วโดยสารตามราคาหน้าตั๋ว ซึ่งลูกค้าจะชำระเงินด้วยเครดิตการ์ด
          (5) การขายตั๋วโดยสารเป็นการเหมาแบบแพ็คเก็จ (Package) บริษัทฯ ได้แต่งตั้งให้
บริษัท ป. ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยเป็นตัวแทนขายตั๋วโดยสาร จองห้องพักโรงแรม
บริการรถโดยสารไป-กลับระหว่างโรงแรมกับสนามบินในต่างประเทศ โดยบริษัท ป. จะออกหลักฐาน
เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นจากบริษัทฯ ในอัตราร้อยละ 3.0 ของค่าตั๋วโดยสาร โดยไม่รวมค่าห้องพัก
โรงแรมและค่าบริการรถรับ-ส่ง ซึ่งบริษัทฯ ได้นำรายได้จากการขายตั๋วโดยสารแบบแพ็คเก็จดังกล่าว
ถือเป็นรายได้ทั้งจำนวน โดยยื่นแบบ ภ.ง.ด.52 เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 3.0 ของยอด
รายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ
แนววินิจฉัย :      บริษัทฯ เป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของฮ่องกง ประกอบกิจการรับขนส่งผ่านประเทศ
ต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการประกอบกิจการให้บริการรับขน
คนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน ตามข้อเท็จจริงข้างต้นแยกพิจารณาได้ดังนี้
     1. กรณีบริษัทฯ ขายตั๋วโดยสารโดยคิดเฉพาะราคาค่าโดยสารเครื่องบิน กรณีดังกล่าวเข้า
ลักษณะเป็นการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน บริษัทฯ มีหน้าที่เสีย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 3.0 ของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์ อื่นใดที่
เรียกเก็บในประเทศไทยก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสารนั้น ตามมาตรา 66
วรรคสอง และมาตรา 67(1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณเสียภาษีเงินได้
นิติบุคคล หมายถึง รายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการรับขนคนโดยสารซึ่งเรียกเก็บจากคนโดยสาร ทั้ง
ในกรณีที่บริษัทฯ ขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยตรงและในกรณีที่บริษัทฯ ขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสาร
ผ่านตัวแทน โดยไม่คำนึงว่ารายได้ดังกล่าวจะมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาค่าโดยสารที่ระบุในตั๋วโดยสาร
ทั้งนี้ ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.53/2537 ฯ ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537
     2. กรณีบริษัทฯ ขายตั๋วโดยสารโดยคิดราคาเป็นการเหมาแบบแพ็คเก็จผ่านบริษัท ป. ซึ่ง
ราคาตั๋วโดยสารประกอบด้วยค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพ-ฮ่องกง ค่าห้องพักโรงแรม
ค่าบริการรถรับ-ส่งระหว่างสนามบินกับโรงแรม บริษัทฯ จะต้องนำรายได้ที่ได้รับจากการขายตั๋วโดยสาร
แบบแพ็คเก็จดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 แห่ง
ประมวลรัษฎากร และหากบริษัทฯ ไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีสำหรับรายได้จากการขายตั๋ว
โดยสารแบบแพ็คเก็จได้ บริษัทฯ ต้องขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
สำหรับรายได้ดังกล่าวในอัตราร้อยละ 5.0 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ หรือยอดขายก่อนหัก
รายจ่ายใด ๆ ทั้งนี้ ตามมาตรา 66 วรรคสอง ประกอบกับมาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้ : 66/32663

  เรื่องที่ 1 จากทั้งหมด 1   : : : : :